Home / คลิปช่วยตัวเอง / การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน เสี่ยงติดโรคร้ายใดได้บ้าง

การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน เสี่ยงติดโรคร้ายใดได้บ้าง

“การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน เสี่ยงติดโรคร้ายใดได้บ้าง

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีหลายชนิดซึ่งแต่ละชนิดล้วนแล้วแต่น่ากลัวทั้งสิ้น อาการเริ่มต้นก็จะแตกต่างกันไป หากไม่ทันป้องกันแต่รู้ทันและรักษาได้อย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มต้น ก็สามารถหายขาดได้ เช่น

 

โรคหนองในเทียม (Chlamydia)
                เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis ทั้งทางปาก ช่องคลอด หรือทวารหนัก เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้มากที่สุดโดย โดยเชื้ออาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะแสดงอาการ ซึ่งในเพศชายจะเห็นได้ชัดกว่าเพศหญิง คือจะรู้สึกเจ็บแสบอวัยวะเพศขณะปัสสาวะ มีน้ำหนองไหลออกมาจากอวัยวะเพศ อัณฑะบวม พวกที่เป็นโรคนี้ควรที่จำรักษาให้ขาดสนิทเพราะเชื้อที่แฝงอยู่ในร่างกายพร้อมที่จะแสดงอาการได้ทุกเมื่อหากได้รับการรักษาอย่างไม่ถูกวิธี

โรคหนองในแท้ (Gonorrhoea)

เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อแบคทีเรีย Neisseria Gonorrhoea ไม่ว่าจะเป็นทางทวารหนัก ทางปาก หรือช่องคลอด โดยผู้ชายที่ติดโรคหนองในแท้นี้จะแสดงอาการออกมาให้เห็น โดยบางคนจะมีอาการทันที เช่น รู้สึกแสบเวลาปัสสาวะ มีหนองไหลออกจากอวัยวะเพศ และอัณฑะอักเสบ โดยโรคหนองในแท้จะเกิดขึ้นพร้อมกับโรคหนองในเทียมเสมอ ดังนั้นจึงต้องรักษาให้หายขาดสนิทอย่างถูกวิธี

โรคติดเชื้อเอชไอวี (HIV)
         เชื้อเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus) เป็นเชื้อที่นำมาซึ่งโรคเอดส์หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องนั่นเอง สาเหตุหลักที่ทำให้ติดเชื้อเอชไอวีคือการไม้ป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์ เช่น ไม่สวมถุงยางอนามัย มั่วคู่นอน หรือแม้กระทั่งการท่องเที่ยวในสถาน โดยเชื้อจะฝักตัวเพื่อรอแสดงอาการหลังจากติดเชื้อประมาณ 2-4 สัปดาห์ อาการเริ่มแรกคือผู้ป่วยจะมีไข้ขึ้นสูง อาการคล้ายกับเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่โรคนี้จะใช้เวลาประมาณ 10 ปี ที่จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายเสียหายทั้งหมด ส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่น วัณโรค มะเร็ง และความจำเสื่อม เป็นต้น แต่ในปัจจุบันมีตัวยาที่ช่วยชะลออาการของโรคนี้ได้
โรคเริม (Herpes)
เกิดจากเชื้อ Herpes Simplex Viruses อาการเริ่มแรกจะไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ จึงทำให้ผู้ที่ติดเชื้อนี้ไม่รู้ตัว เมื่อถึงระยะแสดงอาการจะพบตุ่มใส ขึ้นบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ก้น อัณฑะ ทวารหนัก ผิวหนังที่ขาอ่อน และภายในท่อปัสสาวะ โรคเริมนี้เป็นโรคที่รักษาให้หายขาดไม่ได้ เพราะเชื้อจะแอบซ่อนในร่างกายพร้อมจะกำเริบได้ทุกเมื่อ เมื่อสภาพร่างกายร่างกายอ่อนแอ
โรคซิฟิลิส (Syphilis)
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Treponema Pallidum โดยการร่วมเพศผ่านทางทวารหนัก ปาก และช่องคลอด การติดเชื้อโรคซิฟิลิสมี 4 ขั้น ในระยะแรกจะมีแผลขนาดเล็กเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ซึ่งหากไม่รีบรักษาให้หาย จะเข้าสู่ระยะที่สองระยะนี้เชื้อแบคทีเรียจะกระจายไปตามอวัยวะต่างๆตามร่างกาย จนกลายเป็นระยะที่สามจะไม่แสดงอาการออกมาเท่าไหร่นักแต่หากไม่ได้รับการรักษาที่ จะกลายเป็นระยะสุดท้ายซึ่งเชื้อนี้จะทำให้สมองติดเชื้อ หูหนวก และตาบอดเลยถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

ขอบคุณที่มาจากเว็บ : http://hq-hq.net/
 

About AdminJSQ

Check Also

453138bab

เล่าเสียว – แผนพลาดเลยโดนสวิง

เล่าเสียว – แผน ...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *